bng55

อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล

อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล

สารบัญเว็บไซต์

บทวิเคราะห์หลังเกม อิปสวิช 2-4 อาร์เซน่อล ปืนใหญ่บุกยิงถึงถิ่นพอร์ตแมน โร้ด

เกม อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล ในศึก คาราบาว คัพ รอบสาม จบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน 4-2 แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าสกอร์คือวิธีที่อาร์เซน่อลจัดการเกมตั้งแต่ช่วงต้น เพราะ มิเกล อาร์เตต้า ตัดสินใจเปลี่ยนตัวจริงถึง 9 ตำแหน่งจากเกมลีกนัดก่อน แต่ทีมกลับไม่ได้เสียจังหวะหรือดูเป็นรองเจ้าบ้านเลย ตรงกันข้าม อาร์เซน่อลเริ่มเกมด้วยความมั่นใจและพยายามครองบอลตั้งแต่แดนหลัง ก่อนใช้การเคลื่อนที่ของผู้เล่นแนวรุกโจมตีพื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับของอิปสวิช สิ่งที่เห็นชัดคือทีมเยือนไม่ได้รีบเปิดเกมบุกแบบไม่มีแบบแผน แต่ค่อย ๆ ดึงเจ้าบ้านออกจากตำแหน่ง แล้วเลือกเร่งจังหวะเมื่อพื้นที่เปิด ซึ่งผลลัพธ์เกิดขึ้นเร็วมากเมื่อ Max Dowman ยิงให้อาร์เซน่อลขึ้นนำตั้งแต่นาทีที่ 7 จากนั้นเพียงเก้านาที Noni Madueke ก็มายิงเพิ่มเป็น 2-0 ทำให้เจ้าบ้านต้องเปลี่ยนแผนเร็วกว่าที่เตรียมเอาไว้ (skysports.com) สำหรับผม นี่คือช่วงเวลาที่ตัดสินเกม อิปสวิช 2-4 อาร์เซน่อล ค่อนข้างมาก เพราะฟุตบอลถ้วยแบบน็อกเอาต์ การตามหลังสองประตูตั้งแต่ 16 นาทีแรกทำให้ทีมเจ้าบ้านไม่สามารถเล่นตามแผนเดิมได้อีกต่อไป อิปสวิชจำเป็นต้องดันไลน์ขึ้นและพยายามแย่งบอลสูงขึ้น ซึ่งนั่นกลับเปิดพื้นที่ให้อาร์เซน่อลมีช่องสำหรับเล่นบอลมากกว่าเดิม ครึ่งแรกจึงกลายเป็นเกมที่ทีมเยือนสามารถควบคุมสถานการณ์ได้โดยไม่จำเป็นต้องเร่งตลอดเวลา และเมื่อเข้าสู่ครึ่งหลัง Dowman ก็มายิงประตูที่สองของตัวเองในนาที 47 ทำให้สกอร์ขยับเป็น 3-0 ก่อนที่ Mikel Merino จะยิงเพิ่มในนาที 58 ทำให้สถานการณ์แทบจะจบตั้งแต่ยังเหลือเวลาอีกกว่าครึ่งชั่วโมง (arsenal.com) ถ้ามองจากสถิติ วิเคราะห์หลังเกม อาร์เซน่อล ก็ยิ่งเห็นภาพชัด ทีมเยือนครองบอลประมาณ 62 เปอร์เซ็นต์ ยิง 12 ครั้งและตรงกรอบ 5 ครั้ง เทียบกับอิปสวิชที่ยิง 8 ครั้งและตรงกรอบ 4 ครั้ง นี่ไม่ใช่เกมที่อาร์เซน่อลยิงถล่มแบบไม่ให้คู่แข่งแตะบอล แต่พวกเขาใช้โอกาสได้มีประสิทธิภาพมากกว่าอย่างชัดเจน ส่วนอิปสวิชต้องให้เครดิตเรื่องหัวใจ เพราะแม้ตามหลัง 0-4 แต่ยังไม่ปล่อยเกม Anis Mehmeti ยิงคืนในนาที 62 ก่อน Chuba Akpom จะบวกอีกประตูช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ทำให้จบที่ 2-4 อย่างไรก็ตาม หากมองในภาพรวมของ ผลการแข่งขัน อิปสวิช อาร์เซน่อล ทีมเยือนสมควรผ่านเข้ารอบจากสิ่งที่ทำได้ในช่วงหนึ่งชั่วโมงแรก ความต่างสำคัญอยู่ที่ความเร็วในการตัดสินใจ เมื่ออาร์เซน่อลเห็นพื้นที่พวกเขาเล่นทันที เมื่อมีโอกาสยิงก็ไม่ลังเล และเมื่อขึ้นนำก็สามารถลดความเสี่ยงของเกมได้ อิปสวิชมีช่วงที่สร้างปัญหาให้ได้จริง แต่กว่าที่เจ้าบ้านจะเริ่มเล่นได้ตามจังหวะของตัวเอง สกอร์ก็ไหลไปไกลเกินกว่าจะกลับมาแล้ว สำหรับผม นี่จึงเป็นชัยชนะที่แสดงให้เห็นว่าขุมกำลังของอาร์เซน่อลไม่ได้มีดีแค่สิบเอ็ดตัวจริง เพราะแม้จะเปลี่ยนทีมแทบยกชุด แต่ระบบและมาตรฐานการเล่นยังทำให้พวกเขาควบคุมเกมฟุตบอลถ้วยที่อาจพลิกล็อกได้ตลอดเวลา และเดินหน้าสู่รอบสี่ได้ตามเป้าหมาย

Max Dowman ดาวรุ่งวัย 16 ปีระเบิดฟอร์ม ยิงสองประตูพาอาร์เซน่อลเข้ารอบ

ถ้าต้องเลือกนักเตะเพียงคนเดียวที่ขโมยซีนจากเกม อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล ชื่อของ Max Dowman คงเป็นคำตอบที่ชัดที่สุด เพราะนี่เป็นการลงสนามให้ทีมชุดใหญ่ครั้งแรกของเขาในฤดูกาลนี้ แต่ดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปีกลับเล่นเหมือนนักเตะที่คุ้นเคยกับเกมระดับสูงมานาน Dowman ใช้เวลาเพียง 7 นาทีในการทำประตูแรก จากจังหวะที่เขาพาบอลขึ้นไปด้วยตัวเองก่อนจบสกอร์อย่างใจเย็น สิ่งที่ผมชอบไม่ใช่แค่ลูกยิง แต่เป็นความมั่นใจในจังหวะก่อนหน้านั้น เพราะนักเตะอายุเท่านี้หลายคนเมื่อได้โอกาสลงเป็นตัวจริงอาจพยายามเล่นง่ายไว้ก่อนเพื่อไม่ให้ผิดพลาด แต่ Dowman กลับกล้ารับบอล กล้าพาบอลเข้าหาคู่แข่ง และเมื่อเห็นพื้นที่ก็พร้อมตัดสินใจทันที ยิ่งพอเริ่มครึ่งหลังเพียงสองนาที เขาก็ยิงประตูที่สองของตัวเอง ทำให้อาร์เซน่อลนำ 3-0 และแทบปิดโอกาสที่อิปสวิชจะกลับเข้าสู่เกมตั้งแต่ตรงนั้น (skysports.com) ผลงานของ ดาวรุ่งอาร์เซน่อล รายนี้ยิ่งน่าสนใจเมื่อรู้ว่า อาร์เตต้า เปลี่ยนทีมถึง 9 ตำแหน่งและต้องการใช้เกมคาราบาว คัพเป็นโอกาสให้ผู้เล่นที่ไม่ได้ลงสนามสม่ำเสมอได้พิสูจน์ตัวเอง Dowman ไม่ได้เพียงทำตามหน้าที่ แต่ใช้โอกาสครั้งนี้ส่งข้อความชัดเจนถึงผู้จัดการทีมว่าเขาพร้อมสำหรับฟุตบอลชุดใหญ่แล้ว ก่อนเกมนี้เขาเป็นตัวสำรองที่ไม่ได้ถูกใช้งานในพรีเมียร์ลีกถึงสี่นัด และเพิ่งลงเล่นให้ทีมอายุต่ำกว่า 21 ปีเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา แต่เมื่อโอกาสมาถึง เขากลับไม่แสดงอาการตื่นสนามเลย (espn.com) ที่สำคัญ Dowman ไม่ได้เล่นเพื่อรอจังหวะยิงอย่างเดียว การเคลื่อนที่ของเขาระหว่างแนวรับอิปสวิชสร้างปัญหาตลอดเวลา และความกล้าที่จะเล่นหนึ่งต่อหนึ่งทำให้เจ้าบ้านต้องมีคนเข้ามาช่วยซ้อน นั่นเปิดพื้นที่ให้ Noni Madueke และผู้เล่นคนอื่นของอาร์เซน่อลมีพื้นที่มากขึ้นด้วย ดังนั้นสองประตูจึงเป็นเพียงส่วนที่เห็นง่ายที่สุด แต่รายละเอียดอื่นในเกมของเขาก็น่าประทับใจไม่แพ้กัน หลังจบเกม มิเกล อาร์เตต้า ใช้คำว่า “unbelievable” เพื่อพูดถึงผลงานของ Dowman พร้อมย้ำว่าจะต้องดูแลและจัดการพัฒนาการของนักเตะอย่างระมัดระวัง ไม่รีบโยนความกดดันทุกอย่างใส่เด็กอายุ 16 ปีเร็วเกินไป (arsenal.com) ผมคิดว่านั่นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลังเกมแบบนี้เสียงเรียกร้องให้ส่ง Max Dowman Arsenal ลงตัวจริงบ่อยขึ้นจะเพิ่มขึ้นแน่นอน แต่การพัฒนาดาวรุ่งไม่ได้วัดจากการเล่นดีหนึ่งนัดแล้วต้องได้ลงทุกสัปดาห์ สิ่งที่อาร์เซน่อลต้องทำคือเลือกเกมให้เหมาะสมและค่อย ๆ เพิ่มความรับผิดชอบให้เขา อย่างไรก็ตาม หากถามว่าเกมนี้ Dowman ทำอะไรได้มากพอที่จะทำให้แฟนบอลจดจำหรือยัง คำตอบชัดเจนมาก สองประตูในเกมฟุตบอลถ้วยนอกบ้าน การเล่นด้วยความมั่นใจ และการเป็นคนเปิดทางให้ทีมคว้าชัยชนะ 4-2 ถือเป็นค่ำคืนที่สมบูรณ์แบบสำหรับดาวรุ่งคนหนึ่ง และอาจเป็นเกมที่เราจะย้อนกลับมาพูดถึงในอนาคตว่า นี่คือคืนที่คนจำนวนมากเริ่มเห็นจริง ๆ ว่าเด็กวัย 16 ปีคนนี้มีอะไรพิเศษอยู่ในตัว.

อาร์เซน่อลครองเกมเหนือกว่า 62% จุดไหนทำให้อิปสวิชตามไม่ทันตั้งแต่ต้นเกม

ถ้าดูเฉพาะสกอร์ของเกม อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล ที่จบ 2-4 หลายคนอาจมองว่าเป็นเกมฟุตบอลถ้วยที่เจ้าบ้านสู้ได้ดีและแพ้ด้วยความแตกต่างเพียงสองประตู แต่เมื่อย้อนกลับไปดูสิ่งที่เกิดขึ้นตั้งแต่นาทีแรก จะเห็นว่าช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงแรกเป็นอาร์เซน่อลที่ควบคุมทิศทางของเกมได้แทบทั้งหมด ทีมของ มิเกล อาร์เตต้า ครองบอลถึง 62 เปอร์เซ็นต์ ขณะที่อิปสวิชมีเพียง 38 เปอร์เซ็นต์ และที่สำคัญกว่าตัวเลขครองบอลคือวิธีที่ปืนใหญ่ใช้บอล เพราะพวกเขาไม่ได้ต่อบอลไปมาเพื่อเพิ่มสถิติ แต่พยายามดึงผู้เล่นเจ้าบ้านออกจากตำแหน่งก่อนหาช่องโจมตีตรงกลางหรือด้านข้างอยู่ตลอด ในมุม วิเคราะห์หลังเกม อาร์เซน่อล จุดที่ทำให้อิปสวิชลำบากมากคือความเร็วในการเปลี่ยนจากการแย่งบอลมาเป็นเกมรุก ประตู 2-0 ของ Noni Madueke เป็นตัวอย่างที่เห็นภาพชัด เมื่อ Bruno Guimaraes แย่งบอลกลับมาได้ ก่อน Mikel Merino จะช่วยต่อจังหวะและ Madueke จบสกอร์อย่างเด็ดขาด อิปสวิชแทบไม่มีเวลาให้จัดแนวรับใหม่เลย นี่คือความแตกต่างระหว่างการครองบอลธรรมดากับการครองเกม เพราะอาร์เซน่อลรู้ว่าจังหวะไหนควรค่อย ๆ ต่อบอล และจังหวะไหนต้องเร่งทันที (skysports.com) อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้ สถิติ อิปสวิช อาร์เซน่อล น่าสนใจคือทีมเยือนยิงทั้งหมดเพียง 12 ครั้ง และเข้ากรอบ 5 ครั้ง แต่เปลี่ยนเป็นถึง 4 ประตู ตัวเลขนี้บอกชัดว่าปืนใหญ่ไม่ได้ต้องการสร้างโอกาสจำนวนมหาศาลเพื่อปิดเกม ตรงกันข้ามพวกเขาเล่นแบบเลือกจังหวะและมีคุณภาพสูงในพื้นที่สุดท้าย Max Dowman ยิงประตูแรกตั้งแต่นาทีที่ 7 ก่อน Madueke บวกประตูที่สองนาที 16 เท่ากับว่ายังไม่ถึง 20 นาที อิปสวิชก็ถูกบังคับให้ทิ้งแผนที่เตรียมมาแล้ว เพราะเมื่อเป็นฝ่ายตามสองลูกในเกมน็อกเอาต์ คุณไม่สามารถรอตั้งรับและหวังสวนกลับอย่างเดียวได้อีกต่อไป พอเจ้าบ้านพยายามดันทีมสูง พื้นที่ระหว่างกองกลางกับแนวรับก็เริ่มเปิด และอาร์เซน่อลใช้ประโยชน์จากพื้นที่ตรงนั้นได้ต่อเนื่อง ต้นครึ่งหลัง Dowman ยิงลูกที่สองของตัวเองในนาที 47 ก่อน Merino ทำให้สกอร์กลายเป็น 4-0 ในนาที 58 ซึ่งเท่ากับว่าภายในเวลาไม่ถึงหนึ่งชั่วโมง อาร์เซน่อล คาราบาว คัพ เกมนี้แทบจะปิดงานเรียบร้อยแล้ว (skysports.com) สิ่งที่น่าสนใจคืออาร์เตต้าทำทั้งหมดนี้ทั้งที่เปลี่ยนตัวจริงถึง 9 ตำแหน่งจากเกมก่อนหน้า นั่นทำให้ผมมองว่าจุดแข็งจริง ๆ ไม่ได้อยู่แค่รายชื่อผู้เล่น แต่เป็นระบบของทีมที่ทุกคนเข้าใจว่าต้องยืนตรงไหนและเล่นอย่างไร เมื่อผู้เล่นชุดสำรองลงมา รูปแบบจึงไม่เปลี่ยนมากนัก สำหรับอิปสวิช เกมนี้ไม่ได้หมายความว่าพวกเขาสู้ไม่ได้ เพราะช่วงท้ายยังมีหลายจังหวะที่สร้างอันตรายได้ แต่ปัญหาคือกว่าจะปรับตัวเข้ากับความเร็วและคุณภาพการเล่นของอาร์เซน่อล สกอร์ก็ไหลไปถึง 0-4 แล้ว และเมื่อเจอกับทีมที่ใช้โอกาสได้คมขนาดนี้ การเริ่มเกมช้าเพียง 15-20 นาทีจึงกลายเป็นราคาที่แพงเกินกว่าจะตามคืนได้ทัน

อิปสวิชไม่ยอมง่าย ๆ สองประตูช่วงท้ายสะท้อนอะไรจากเกมที่เกือบขาด

แม้ช่วงหนึ่งของเกม อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล จะมีสกอร์ห่างถึง 0-4 แต่สิ่งหนึ่งที่ต้องให้เครดิตเจ้าบ้านคือพวกเขาไม่ได้ยอมปล่อยการแข่งขันให้จบแบบหมดสภาพ หลัง Mikel Merino ยิงประตูที่สี่ให้อาร์เซน่อลในนาที 58 หลายคนน่าจะคิดว่าเกมนี้มีโอกาสไหลไปถึงห้าหรือหกลูก เพราะอาร์เซน่อลกำลังเล่นด้วยความมั่นใจ ขณะที่อิปสวิชดูเหมือนเสียจังหวะไปแล้ว แต่เพียงสี่นาทีหลังจากนั้น Anis Mehmeti กลับยิงประตูไล่มาเป็น 1-4 และทำให้บรรยากาศในพอร์ตแมน โร้ดกลับมามีชีวิตอีกครั้ง ประตูนี้อาจไม่ได้ทำให้เจ้าบ้านกลับมามีโอกาสพลิกเกมแบบจริงจัง แต่ในมุม วิเคราะห์หลังเกม อิปสวิช ผมคิดว่ามันสำคัญมาก เพราะสิ่งที่ทีมต้องการหลังตามสี่ประตูคือการแสดงให้เห็นว่ายังพร้อมเล่นต่อ ไม่ใช่ปล่อยให้อาร์เซน่อลครองบอลจนหมดเวลา และหลังได้ประตูแรก อิปสวิชก็เริ่มกล้าเล่นมากขึ้น มีการวิ่งกดดันสูงขึ้น และพยายามส่งบอลเข้าไปในกรอบเขตโทษเร็วกว่าเดิม ซึ่งทำให้รูปเกมช่วงท้ายต่างจากช่วงต้นอย่างเห็นได้ชัด (skysports.com) ตัวเลขหลังเกมก็สะท้อนว่าเจ้าบ้านไม่ได้ถูกกดจนไม่มีโอกาส อิปสวิชยิงทั้งหมด 8 ครั้งและเข้ากรอบ 4 ครั้ง เท่ากับครึ่งหนึ่งของจังหวะยิงสามารถบังคับให้ผู้รักษาประตูหรือแนวรับอาร์เซน่อลต้องทำงาน พวกเขายังได้เตะมุม 3 ครั้ง มากกว่าทีมเยือนที่ได้ 2 ครั้งด้วย ดังนั้นหากตัดช่วงประมาณหนึ่งชั่วโมงแรกที่อาร์เซน่อลใช้ความเด็ดขาดหนีไปไกลออกไป ภาพของ ฟอร์มอิปสวิชหลังเกม ไม่ได้เลวร้ายถึงขั้นไม่มีอะไรให้พูดถึง Gary O’Neil เองยอมรับหลังเกมว่าทีมถูกลงโทษอย่างหนักจากความผิดพลาดและคุณภาพของคู่แข่ง แต่ในมุมของเขา สกอร์ 0-4 ในช่วงหนึ่งไม่ได้สะท้อนว่ารูปเกมห่างกันถึงขนาดนั้น เพราะอิปสวิชยังสร้างสถานการณ์อันตรายได้หลายครั้ง เพียงแต่จังหวะสุดท้ายทั้งการยิงและการจ่ายบอลยังไม่ดีพอ (skysports.com) ประตูของ Chuba Akpom ในช่วงทดเวลานาที 90+1 จึงมีความหมายในแง่นี้ แม้จะสายเกินไปสำหรับการกลับมา แต่ทำให้สกอร์สุดท้ายเป็น อิปสวิช 2-4 อาร์เซน่อล และอย่างน้อยเจ้าบ้านก็เดินออกจากสนามด้วยภาพที่ดีกว่าการแพ้ขาด 0-4 สิ่งที่ทีมต้องเอากลับไปแก้คือการเริ่มเกมและการรับมือกับคู่แข่งที่เพรสเร็ว เพราะการเสียสองประตูภายใน 16 นาทีทำให้ทุกอย่างยากเกินไปตั้งแต่ต้น หากอิปสวิชสามารถรักษาสกอร์ให้อยู่ที่ 0-0 หรือเสียเพียงลูกเดียวจนถึงครึ่งหลัง เกมอาจมีเรื่องให้ลุ้นมากกว่านี้ โดยเฉพาะเมื่อเห็นว่าช่วงท้ายพวกเขาสามารถสร้างปัญหาให้แนวรับอาร์เซน่อลได้จริง สำหรับผม คาราบาว คัพ อิปสวิช ครั้งนี้จึงไม่ได้จบลงด้วยความรู้สึกด้านลบทั้งหมด พวกเขาตกรอบเพราะเจอทีมที่คมกว่าและจัดการความผิดพลาดได้โหดกว่า แต่การตอบสนองหลังตามสี่ประตูเป็นสิ่งที่มีคุณค่า เพราะมันแสดงให้เห็นว่าทีมยังมีความเชื่อและยังพยายามเล่นฟุตบอลของตัวเองจนวินาทีสุดท้าย หากสามารถรักษาความกล้าแบบช่วงท้ายเอาไว้ พร้อมลดความผิดพลาดในช่วงเริ่มเกมได้ เกมต่อ ๆ ไปในพรีเมียร์ลีกก็น่าจะมีรายละเอียดหลายอย่างที่ทีมสามารถนำบทเรียนจากค่ำคืนนี้ไปใช้ต่อได้

บทสรุปคาราบาว คัพ อาร์เซน่อลโชว์ขุมกำลังเชิงลึก ส่วนอิปสวิชได้บทเรียนอะไรจากเกมนี้

เมื่อมองภาพรวมของเกม อิปสวิช พบ อาร์เซน่อล ที่จบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือน 4-2 ผมคิดว่าสิ่งที่ชัดที่สุดไม่ใช่เพียงเรื่องของสกอร์ แต่เป็นความแตกต่างในด้านคุณภาพของขุมกำลังและความเด็ดขาดในช่วงเวลาสำคัญ อาร์เซน่อลเดินทางมาพอร์ตแมน โร้ดพร้อมการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นหลายตำแหน่ง แต่รูปแบบการเล่นแทบไม่เสียไปเลย นี่คือสิ่งที่สะท้อนให้เห็นว่า ขุมกำลังอาร์เซน่อล ในเวลานี้มีความลึกมากพอที่จะรับมือกับโปรแกรมหลายรายการพร้อมกันได้ เพราะต่อให้ไม่ได้ใช้ชุดตัวจริงเต็มกำลัง ทีมก็ยังครองบอลได้ 62 เปอร์เซ็นต์ สร้างโอกาสยิง 12 ครั้ง และที่สำคัญคือเปลี่ยนโอกาสเหล่านั้นเป็น 4 ประตู ความคมตรงนี้ทำให้อิปสวิชแทบไม่มีเวลาตั้งตัว โดยเฉพาะการถูกยิงสองประตูภายใน 16 นาทีแรก ก่อนที่ Max Dowman และ Mikel Merino จะช่วยกันทำให้สกอร์ขยับไปถึง 4-0 ในช่วงต้นครึ่งหลัง สำหรับผม นี่คือภาพของทีมที่รู้ว่าต้องเร่งตรงไหนและผ่อนเกมตรงไหน ไม่จำเป็นต้องบุกแบบสุดตัวตลอด 90 นาที แต่เมื่อคู่แข่งเปิดช่องก็พร้อมลงโทษทันที ขณะเดียวกัน อาร์เซน่อล คาราบาว คัพ นัดนี้ยังได้กำไรเพิ่มเติมจากการเห็นนักเตะดาวรุ่งอย่าง Dowman แจ้งเกิดแบบเต็มตัว การยิงสองประตูในเกมเยือนระดับนี้ไม่ใช่เรื่องธรรมดาสำหรับเด็กวัย 16 ปี และยิ่งเมื่อทีมยังสามารถพึ่งผู้เล่นอย่าง Noni Madueke กับ Merino เพื่อช่วยกระจายภาระการทำประตูได้ ก็ยิ่งทำให้เห็นว่าอาร์เซน่อลมีตัวเลือกหลากหลายมากขึ้นกว่าการฝากความหวังไว้กับนักเตะไม่กี่คน ส่วนทางฝั่งอิปสวิช หากดูแค่ผลการแข่งขันก็อาจรู้สึกว่าทีมถูกทิ้งห่าง แต่ถ้ามองรายละเอียดจริง ๆ เกมนี้มีหลายอย่างที่สามารถเอาไปต่อยอดได้ เจ้าบ้านยังยิงได้ 8 ครั้ง เข้ากรอบ 4 ครั้ง และยิงคืนมาได้ถึงสองประตูหลังจากตาม 0-4 ซึ่งแสดงให้เห็นว่าทีมยังมีความเชื่อและไม่ยอมปล่อยเกมง่าย ๆ จุดที่ต้องแก้ชัดเจนคือการเข้าสู่เกมให้เร็วกว่านี้ เพราะเมื่อเจอทีมระดับอาร์เซน่อล การเสียสองลูกตั้งแต่ช่วงต้นเท่ากับคุณต้องเปลี่ยนแผนทั้งหมดและเล่นด้วยความเสี่ยงมากขึ้นโดยอัตโนมัติ สำหรับ บทสรุป อิปสวิช อาร์เซน่อล นัดนี้ ผมจึงมองว่าผล 4-2 เป็นชัยชนะที่สมเหตุสมผลของทีมเยือน อาร์เซน่อลได้ทั้งตั๋วผ่านเข้าสู่รอบต่อไป ได้เห็นคุณภาพของตัวสำรอง และยังมีดาวรุ่งแจ้งเกิดเพิ่มอีกคน ส่วนอิปสวิชแม้ต้องหยุดเส้นทางในรายการนี้ แต่สองประตูช่วงท้ายเป็นสัญญาณว่าทีมยังมีด้านบวกให้หยิบกลับไปใช้ เพียงแต่ต้องลดความผิดพลาดช่วงต้นเกมและเพิ่มความละเอียดในการรับมือทีมที่เล่นเร็วกว่า หากทำได้ บทเรียนจากค่ำคืนนี้อาจมีค่ามากกว่าผลการแข่งขันที่เห็นอยู่บนสกอร์บอร์ดเสียอีก

error: Content is protected !!